โต๊ะแทงบอล โดยผู้เชี่ยวชาญเกมลูกหนัง อังกฤษ

โต๊ะแทงบอล
โต๊ะแทงบอล ส่ายหัวด้วยความไม่เข้าใจ นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเกมลูกหนังที่อังกฤษทำกันอยู่เวลานี้ เมื่อได้เห็นฟอร์มการเล่นของ เลสเตอร์ ซิตี้ บ้าหรือเปล่า จากที่ยิงใครไม่เป็นเลยตั้งแต่เปี่ยนศักราช ฤดูกาลนี้ยังไม่ชนะใครนอกบ้าน ทุกอย่างกลับจากหลังเท้าเป็นหน้ามือแค่ปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ เองหรือ? ยังเล่าไม่หมด วันก่อนที่ทาง คิง เพาเวอร์ เชิญทัพสื่อจากไทยไปเยือนศูนย์ฝึกซ้อมและได้โอกาสสัมภาษณ์คุณต็อบ อัยยวัฒน์ รองประธานสโมสรเลสเตอร์ เรื่องการเปลี่ยนตัวกุนซือ คุณต๊อบ บอกว่าจำเป็นต้องทำการตัดสินใจ แม้จะต้องเจ็บปวดที่ต้องเห็น รานิเอรี่ บุรุษผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้สโมสรเดินจากไป เพราะคำว่า “เลสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอล คลับ” ย่อมมาก่อนอย่างอื่น

ต้องทำเพื่อสร้างอิมแพ็คท์ให้แก่นักเตะโดยเร็ว จะออกหัวออกก้อยต้องทำให้รู้ไปเลยเพราะปล่อยไว้ก็เหมือนรอวันเฉาตายอย่างเดียว วิเคราะห์แล้วว่าสถานการณ์มีแต่ทรงกับทรุดแน่ๆ คำถามหนึ่งที่น่าคิดจากสื่อไทยถามว่า แล้วทำไมตอนที่ ไนเจล เพียร์สัน นำทีมตกไปบ๊วยช่วงปลายปี พอเข้าปีใหม่มีข่าวว่าเด้งแน่ แต่สโมสรออกมายืนยันไว้วางใจในตัวกุนซือผู้พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาต่อ คำตอบจากท่านรองประธานหนุ่มก็คือ สโมสรเชื่อมั่นใจตัวไนเจล ก็เพราะตอนนั้นทรงดี เล่นดี เพียงแต่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ หมายความว่าถ้าลอง “คลิก” เมื่อไหร่ ทุกอย่างจะไปได้สวย

เป็นเรื่องความมั่นใจด้วย ถ้ามองในมุมนอก โต๊ะแทงบอล เพราะหลายทีมก็ประสบปัญหานี้มาแล้ว คือเล่นดีเกือบตลอด แต่พอพลาดนิดเดียวโดนลงโทษ หรือมีโอกาสแล้วทำไม่ได้ สุดท้ายก็ไม่มีแต้ม คงไม่ลืมว่า 2 ปีที่แล้ว เลสเตอร์ ชนะ 7 จาก 9 นัดหลังสุดของฤดูกาล แพ้เกมเดียวให้ เชลซี ทีมแชมป์ของ มูรินโญ่ จนในที่สุดรันอันดับจบที่ 14 อย่างยอดเยี่ยม สปริงบอร์ดอันนั้น อานิสงส์จากการชนะต่อเนื่องด้วยแรงผลักดันของการหนีตาย ส่งไม้ต่อมาที่ทีมของ รานิเอรี่ ในปีต่อมา พวกเขากลายเป็นทีมเข้าฝักมาตลอด ย้อนไปในฤดูกาล 2014/15 ที่ว่า เกมแรกที่ เพียร์สัน พาทีมคว้าชัยชนะปลดล็อกที่เรียกว่า “คลิก” จริงๆ ก็คือวันที่ 4 เมษายน 2015

พวกเขาเล่นที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม แต่คู่แข่งของพวกเขาก็คือ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด” นี่เอง ทีมขุนค้อน ตั้งแต่ปล่อย ดิมิทรี ปาเยต ออกไปดูเหมือนฟอร์มจะดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาพร้อมชนะทุกทีมยกเว้นเจอกับทีมท็อป 6 ที่มักสู้เรื่องความเด็ดขาดไม่ได้ งานนี้จึงไม่ง่ายสำหรับ เลสเตอร์ ที่รู้กันดีว่าพวกเขายังไม่ชนะนอกบ้านเลยในเกมลีกฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นยังไม่รู้ว่าความคึกคักหลังการปลดกุนซือจะยังอยู่ได้นานแค่ไหน เพิ่งใส่เต็มที่มากับ เซบีย่า เมื่อวันอังคารอีกต่างหาก กลายเป็นว่า เลสเตอร์ ยังคงดุดันออกตัวร้อนแรง ได้ประตูนำไป 2 ลูกภายในเวลาแค่ 7 นาที

ใครได้ดูเกมก็คงร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า วิธีการเล่นของพวกเขาเหมือนกับฤดูกาลท่่่แล้วไม่มีผิด พวกเขาเล่นกันอย่างนี้นับแต่ รานิเอรี่ ไม่อยู่ คนนอกถึงได้แต่ตาค้าง แล้วส่ายหัวว่าไม่รู้พลังงานอะไรผลักดันให้พวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมอย่างเก่า ว่าตามตรง เครก เช็กสเปียร์ แทบไม่ได้ทำอะไรใหม่ ทุกอย่างมันเป็นระบบที่ตกทอดมาตั้งแต่ เพียร์สัน และ รานิเอรี่ แล้ว ทั้งระบบการเล่น วิธีการเล่น เผลอๆ รวมการแก้เกมด้วยที่ ชินจิ โอคาซากิ จะโดนถอดออกหลังจากวิ่งบี้ชนกับแนวรับคู่แข่งมาตั้งแต่ต้นเกม ไนเจล เพียร์สัน เริ่มต้นทำทีมให่เล่นด้วยสไตล์ดุุดัน ใจสู้ก็จริง แต่คนที่ยึดมั่นกับการเล่น 4-4-2 จริงๆ คือรานิเอรี่

ท้ายฤดูกาลที่พวกเขารอดตกชั้นนั้น เกือบทุกเกม เพียร์สัน วางหมากกองหลัง 3 ตัวแล้วมีวิงแบ็กด้วยซ้ำ แถมบางนัดจับ เจมี่ วาร์ดี้ ไปยืนปีก คนที่ทำให้ เลสเตอร์ “คลิก” ลงตัวอย่างทุกวันนี้จริงๆ คือ รานิเอรี่ มาห์เรซ ที่เป็นแค่สำรองเสียมาก กลายเป็นตัวจริง ได้เล่นในตำแหน่งถนัด เช่นกันกับ เจมี่ วาร์ดี้ รวมถึงงัดศักยภาพของ แดนนี่ ดริงค์วอเทอร์ออกมาได้ถึงขีดสุด ว่ากันว่า แดนกลางกับการไม่มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คือเหตุผลสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้ เลสเตอร์ ปีนี้เปราะบางเหลือเกิน โดนเจาะง่ายมาก พวกเขาเอา แดเนียล อมาตี้ย์ และ เนมปาลิส เมนดี้ เข้ามา แต่ทั้งสองคนไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรายหลังที่อ้วนตุ๊ต๊ะ มันจะไปพล่านอย่าง ก็องเต้ ได้ไง

จนกระทั่ง พวกเขามาเจอ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ที่เพิ่งเซ็นเข้ามาเมื่อตลาดหน้าหนาวนี้ ราคาค่าตัว 17 ล้านปอนด์จาก เกงค์ ไม่ใช่ถูกๆ และตอนแรกดาวรุ่งวัย 20 ก็โดนจับเล่นหลากหลายบทบาทก่อนค้นพบศักยภาพของตัวเองจริงๆ จังๆ หลัง เช็กสเปียร์ มาคุมทีมนี่เอง เอ็นดิดี้ ยังอ่านเกมไม่เนียนเท่า ก็องเต้ แต่ที่แน่ๆ เขาทำให้ ดริงค์วอเทอร์ เล่นง่ายขึ้นมา ค่อยๆ ปรับตัวได้มากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ หมอนี่มีดีอีกอย่างที่ก็องเต้ ไม่มีคือ ออกบอลขึ้นหน้าได้ดีกว่า โดยเฉพาะการเคาะออกไปที่ว่างหลังแผงกองหลัง เกมนี้ทำได้สวยๆ หลายครั้ง เมื่อกลางเริ่มแน่น หน้ามั่นใจ กองหลังก็พลอยนิ่งขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พระเอกของเรายังไม่พ้นนายทวารที่ชื่อ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

เช็กสเปียร์ ถึงกับออกปากชมว่าตอนนี้ลูกคุณพ่อปีเตอร์ อยู่ในเข่งเดียวกับ เด เคอา หรือ โยริส ไปแล้วและกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีสุดของอาชีพ การเซฟจุดโทษนัดเซบีย่า ต่อด้วยการงัดเซฟสำคัญๆ นับไม่ถ้วนที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม แสดงให้เห็นว่า แคสเปอร์ มีควสามสำคัญต่อผลการแข่งขันดีๆ ของเลสเตอร์ มาตลอด 4 นัดหลังนี้ โต๊ะแทงบอล ทุกคนพากันยกระดับการเล่นของตัวเองขึ้นมาอย่างเหลื่อเชื่อ บางทีก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ได้ลองพูดคุยกับสาวกจิ้งจอกหลายราย พวกเขามักพูดเหมือนกันอยู่อย่าง พวกเขาบอกว่า เกิดอะไรขึ้นหลังฉากนั้นพวกเขาไม่ทราบได้ และพวกเขาต่างเสียใจที่ต้องปลด รานิเอรี่ แต่สโมสรต้องมาเป็นอันดับแรก ที่สำคัญพวกเขาเชื่อในการตัดสินใจของบอร์ดบริหาร

รั้ง เพียร์สัน ไว้ทั้งที่น่าจะปลด พวกเขาก็คิดถูก ตั้ง รานิเอรี่ มาแบบงงๆ ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ ปลด รานิเอรี่ ตั้ง เครก เช็กสเปียร์ มาขัดตาทัพ ก็กลายเป็นออกมาน่าทึ่งอีกแล้ว เลสเตอร์ ไม่ใช่แค่เสีย ก็องเต้ แต่พวกเขายังเสีย สตัฟ วอลช์ หนึ่งในแมวมองผู้คนพบเพชรเม็ดงามหลายคนไปอีก นี่คือความท้าทายในการบริหารจัดการทีมระดับกลางๆ ไม่ใหญ่มาก เพราะบุคลากรดีๆ จะโดนตามจีบจากสโมสรที่ใหญ่กว่าแน่ น่าสนใจว่าหลังจากนี้ พวกเขาจะขึ้น หรือลงอีกแค่ไหน นี่คือความท้าทายของฝ่ายบริหารจริงๆ เช็กสเปียร์ บอกนักข่าวหลังเกมว่า ไม่ใช่เป็นความลับหรืออะไรที่ทีมกลับมาเล่นได้ดี

“เป็นเพราะการทำงานหนัก การมีความมุ่งมั่น และความพยายาล โต๊ะแทงบอล เราแสดงให้เห็นอีกครั้งในวันนี้ พร้อมๆ กับแสดงให้เห็นถึงการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม” ความมุ่งมั่นทุ่มเท และทำงานหนัก หรือว่านี้คือสิ่งที่ก่อนหน้านี้ เลสเตอร์ ขาดหายไปจริงๆ เมื่อเห็นพวกเขาเล่นกับตามา 2 นัดติดๆ ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ พวกเขากลับมาแล้วจริงๆ ไม่ใช่ฟลุก ไม่ใช่ฟอร์มประเดี๋ยวประด๋าว จากที่เคยแอบคิดว่าปีนี้เห็นที เลสเตอร์ อาจเป็นทีมแรกตั้งแต่มี พรีเมียร์ ลีก ที่เป็นแชมป์แล้วปีต่อมาตกชั้น ยังไงเสีย ปีหน้า คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม จะยังได้ต้อนรับผู้มาเยือนระดับยักษ์ใหญ่ต่อไปสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าเหมือนเดิม แม้จะอธิบายไม่ได้ว่าพวกเขาทำมันได้ยังไงก็ตาม