Holiday ทีมคนเก่งลงมาบัญชาการ

Holiday

Holiday ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ ลิเวอร์พูล 1 – เชลซี 1 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ ทำศึกบิ๊กแมตช์กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี งานนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือเจ้าถิ่นเลือก เฟร์นานโด้ ตอร์เรส กับ เดิร์ค เค้าท์ ยืนเป็นกองหน้าคู่กัน โดย สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมต้องฉีดยาระงับความเจ็บปวดลงสนามด้วย ฝั่งทีมเยือนได้ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมคนเก่งลงมาบัญชาการในแนวรับ แต่ว่าก็ต้องขาด ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ที่บาดเจ็บ ขณะที่แนวรุกนำมาโดย ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา, ซาโลมง กาลู, แฟร้งคต์ แลมพาร์ด และ ฟลอร็องต์ มาลูด้า เริ่มต้น หงส์แดง เล่นได้คึกคักกว่าทำเกมรุกใส่ เชลซี อยู่ข้างเดียว และ เจอร์ราร์ด ได้ลุ้นสับไกจากนอกเขตถึง 2 ครั้งในช่วง 6 นาทีแรกแต่ก็ยังไม่ได้ผล นาทีที่ 12 ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ได้ส่องไกลจากทางด้านซ้ายตามถนัด ทว่าบอลพุ่งไปตรงตัว ปีเตอร์ เชก ที่รับเข้าซองไม่พลาด เกมดำเนินถึง น.15 เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูขึ้นนำเมื่อ เจอร์ราร์ด จ่ายให้ ตอร์เรส กระชากหนี เบน ฮาอิม หลุดเข้าไปยิงในกรอบโทษด้านซ้ายผ่านมือ ปีเตอร์ เชก บอลเข้าหน้าต่างเสาสองตุงตาข่ายทำให้ ลิเวอร์พูล นำ 1-0 เชลซี พยายามเดินเกมเพื่อจะเอาคืนแต่ยังไม่ได้ยิงเหน่งๆเลยเนื่องจากเกมรับของ หงส์แดง ไม่พลาดตัดบอลเอาไว้ในจังหวะสำคัญได้หมด จนมาได้ลุ้นในนาทีที่ 27 เมื่อ ไรท์-ฟิลลิปส์ ทางเข้าHoliday กระชากทางขวาได้ดุดัน ก่อนจะเปิดให้ ดร็อกบา โหม่งในเขต ทว่าบอลโด่งข้ามคานออไป เดิร์ค เค้าท์ ต้องโดนใบเหลืองเป็นคนแรกของเกมเมื่อไปทำฟาวล์ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ น่าเกลียด และต่อมา เจอร์เมน เพนแนนท์ ก็ต้องโดนเหลืองไปอีกคน สิงห์บลูส์ เกือบตีเสมอได้ น.39 เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ เข้าชาร์จลูกเตะมุมที่เสาแรกพลาดไปอย่างไม่น่าเชื่อ ถัดมาอีก 3 นาที เจอร์ราร์ด ก็รับเหลืองไปอีกรายเมื่อบู๊นอกเกมจนเกินเหตุ หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 1-0 ครึ่งหลังเปิดมาแค่ 2 นาที เชลซี น่าได้ประตูตีเสมอ แลมพาร์ด โยนเตะมุมมาให้ เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ โหม่งเช็ดต่อให้ จอห์น โอบี มิเกล โขกอีกที แต่กดไม่ลง นาทีถัดมาทีมเยือนพลาดโอกาสไปอีก ไรท์ ฟิลลิปส์ ได้บอลทางขวา ก่อนจะเปิดเข้ากลางมาถึง ปิซาร์โร่ โหม่งเต็มๆ บอลเฉี่ยวเสาออกไป พอโดนกดดันหนัก ลิเวอร์พูล จึงตั้งเกมบุกอีกครั้ง นาที 53 เดิร์ค เค้าท์ ได้จังหวะลองยิงหน้าเขตโทษ

แต่กดไม่ลง บอลเหินออกไป นาที 57 Holiday Online เจอร์เมน เพนแนนท์ หลุดไปติดเส้นด้านขวา ก่อนจะตบเข้ากลาง ชาบี้ อลอนโซ่ ได้กดที่แถวสอง บอลบานออกซ้ายไป อย่างไรก็ตาม เชลซี ก็มาได้ประตูตีเสมอในนาที 61 จากลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ สตีฟ ฟินแน่น ไปทำฟาล์ว ฟลอร็องต์ มาลูด้า ก่อนจะเป็น แลมพาร์ด อัดเรียดเข้าไป เสมอกัน 1-1 พอโดนตีเสมอ ลิเวอร์พูล บุกจะเอาประตู นาที 66 เค้าท์ ครองบอลหน้าเขตโทษ แปะบอลให้ เจอร์ราร์ด ทะลวงขึ้นมาเติม ก่อนจะแตะเข้าขวาแล้วอัดเต็มๆ บอลข้ามคานออกไป นาทีถัดมาเจ้าถิ่นพลาดโอกาสไปอีก จากการวางบอลยาว เพนแนนท์ กระโดดแปเข้ากลาง รีเซ่ หนุนขึ้นมาวอลเล่ย์ บอลเหินออกไปอีก หลังจากนั้นทั้งสองทีม ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบเกม เสมอกัน 1-1 แบ่งแต้มกันไป แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1 – อาร์เซน่อล 1 “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เปิดรัง อีวู้ด พาร์ค รับการมาเยือนของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล งานนี้ มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือเจ้าถิ่นเลือก แมตต์ ดาร์บีเชียร์ ยืนเป็นกองหน้าคู่กับ โรเก้ ซานตา ครูซ ส่วน เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ ผ่านความฟิตมาเป็นแค่ตัวสำรอง ขณะที่แดนกลางแน่นปั้ก ฝั่งทีมเยือน เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกโดยยืนคู่กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่ยังไม่มีชื่อของ โทมัส โรซิคกี้ ที่บาดเจ็บอยู่ เจ้าบ้านออกสตาร์ตได้คึกคักทีเดียว นาทีที่ 2 เดวิด เบนท์ลี่ย์ ได้โอกาสยิงทีมเก่าอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ซัดจากนอกเขตกว่า 25 หลาแต่บอลโด่งข้ามคานออกไป จากนั้น เกมเป็นไปอย่างสูสีกันทีเดียว ทั้งคู่เข้าบอลกันเร็วมากจนแทบจะไม่มีจังหวะครองบอลนานๆ กันเลย แต่พอถึง นาทีที่ 18 เป็นทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำหลังจาก กาแอล กลิชี่ โยนจากซ้ายเข้าไปเกมรับของ แบล๊คเบิร์น เคลียร์กันไม่ขาดจนทำให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ยิงลูกส้มหล่นเต็มๆ ตุงตาข่ายเด็ดขาด อาร์เซน่อล นำ 1-0 ผ่านกลางครึ่งแรกไปได้ไม่นาน วิลเลี่ยมส์ กัลลาส เจ็บเล่นต่อไม่ได้ ทำให้ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ได้ลงสนามแทน จากนั้น มาติเยอ ฟลามินี่ ได้รับใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกม Holidayออนไลน์ เมื่อไปเตะใส่ ร็อบบี้ ซาเวจ รุนแรงน่าเกลียด ก่อนที่ คริสโตเฟอร์ แซมบ้า จะรับเหลืองเป็นคนต่อไปเมื่อไปทำฟาวล์ ฟาน เพอร์ซี่ ในจังหวะโต้กลับ แบล๊คเบิร์น น่าจะตีเสมอได้ น.32 จากลูกโหม่งของ ไรอัน เนลเซ่น ที่โดนเสากระดอนออกมาเต็มๆ จากนั้นครู่เดียวจากจังหวะโหม่งบอลพลาดของ แซมบ้า ทำให้ ดา ซิลวา ได้กดจากระยะ 25 หลา บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว เดอะ กันเนอร์ส พลาดโอกาสทอง น.35 เมื่อ ธีโอ วัลคอต หลุดไปทางขวาโล่งๆแต่ไม่ยิงเขาเลือกที่จะส่งให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ทว่าก็โยนแรงไปของดีจึงกลายเป็นของเสีย