suthichaiyoon.com

Your Paper, TV, Radio channels in one click
Issues, People, Ideas of the hour

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ศัพท์น่ารู้

  • ซื้อเสียง-ขายเสียง

    ซื้อเสียง หมายถึง ให้เงินหรือสิ่งของแก่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้ง เพื่อให้ลงคะแนนเสียงเลือกตน  คำว่า ซื้อ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจ่ายเงินเพื่อให้ได้สินค้าที่เป็นรูปธรรม แต่หมายถึง จ่ายเงิน หรือสิ่งตอบแทนอย่างอื่นเพื่อให้ได้คะแนนเสียง.

    คำว่า ซื้อเสียง ตรงข้ามกับคำว่า ขายเสียง   ซึ่งหมายความว่ารับเงิน หรือสิ่งของ และลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้ให้เงินหรือสิ่งของนั้น  ทั้งซื้อเสียงและขายเสียงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย.  บทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามมิให้ซื้อสิทธิขายเสียง ในมาตรา ๕๓ ระบุว่า กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นการซื้อเสียง เช่น เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ หรือเสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม แก่บุคคล ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด เพื่อแลกกับคะแนนเสียง
     

    วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

  • สิทธิ

    คำว่า สิทธิ (สิด-ทิ) โดยทั่วไปหมายถึง อำนาจอันชอบธรรม. ในภาษากฎหมาย สิทธิ หมายถึง อำนาจที่จะกระทำการใด ๆ ได้อย่างอิสระ โดยได้รับการรับรองจากกฎหมาย. คำว่า สิทธิ มีความหมายเหมือนคำว่า สิทธิ์ (สิด) แต่ สิทธิ มักใช้ในภาษากฎหมาย หรือใช้ควบคู่กับคำอื่น เช่น สิทธิเสรีภาพ  สิทธิและหน้าที่. ส่วนคำว่า สิทธิ์ ใช้ในภาษาทั่วไป เช่น  สมาชิกของหมู่บ้านมีสิทธิ์ใช้สระว่ายน้ำ คนภายนอกไม่มีสิทธิ์.

    รัฐธรรมนูญของทุกประเทศมักระบุว่าประชาชนมีสิทธิด้านใดบ้าง เช่น สิทธิในการเลือกนับถือศาสนา. สิทธิในชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน. สิทธิส่วนบุคคลในครอบครัว. ผู้ใดจะละเมิดสิทธิของผู้อื่นมิได้ ข้อที่ทุกคนพึงตระหนักคือบุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นและไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือต่อศีลธรรมอันดีของสังคม.
     

    วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

  • เลือกตั้ง-แต่งตั้ง

    เลือกตั้ง เป็นคำประสม ประกอบด้วยคำว่า เลือก กับคำว่า ตั้ง. เลือกตั้ง หมายถึง เลือกสรรบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง หรือเป็นผู้แทน โดยการลงคะแนนเสียง เช่น คนไทยที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปมีสิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร. ช่วงนี้เป็นฤดูเลือกตั้ง  ทุกพรรคเร่งหาเสียงกันอย่างเข้มข้น.  ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องได้รับการเลือกตั้งโดยบุคลากรทั้งหมด.  คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ โปร่งใส ยุติธรรม และลงโทษผู้สมัครที่ทุจริต.

    การเลือกสรรบุคคลให้เป็นผู้แทนหรือดำรงตำแหน่ง นอกจากจะทำโดยการเลือกตั้งแล้ว ยังอาจทำโดยการแต่งตั้ง  ซึ่งหมายถึง การที่บุคคลที่มีอำนาจหรือมีตำแหน่งสำคัญกำหนดให้คนใดคนหนึ่งดำรงตำแหน่งหรือเป็นผู้แทน  เช่น  นายกราชบัณฑิตยสถานแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำคำอธิบายถ้อยคำภาษาไทย. ผู้อำนวยการโรงเรียนแต่งตั้งครูให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการคุมสอบปลายภาค.
     

    วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • แตกฝูง-แหกคอก

    คำว่า  แตกฝูง   มีความหมายว่า   ปลีกออกไปจากหมู่   เช่น  วัวที่แตกฝูงออกมาถูกจับผูกไว้ที่ต้นไม้.  หรือใช้ในความเปรียบ  หมายถึง  มีความประพฤติหรือกระทำการใด ๆ แยกออกไปจากหมู่ เช่น เรามาช่วยกันไปไหนก็ไปด้วยกัน  อย่าแตกฝูงเดี๋ยวจะหลงหากันไม่พบ.  เราทุกคนลงความเห็นร่วมกันแล้วว่าจะมาซ้อมที่สนามโรงเรียนทุกเย็น  เธอจะแตกฝูงไปซ้อมที่อื่นก็ตามใจ.  แตกฝูง ใช้กับความเห็นที่ผิดแผกแตกต่างกับคนอื่น ๆ ในกลุ่มด้วย  เช่น  พวกเราทุกคนเห็นชอบกับหัวหน้า มีเขาคนเดียวที่แตกฝูงไม่เห็นชอบด้วย.

    คำว่า  แหกคอก มีความหมายคล้ายกับคำว่า  แตกฝูง  แต่เป็นคำหยาบ มักใช้ตำหนิคนที่ประพฤติตนผิดพวกพ้องในทางที่ไม่ดี เช่น  พี่น้องประพฤติตนดีกันทุกคน มีคนเล็กคนเดียวที่แหกคอกไปเป็นนักเลง. ปัจจุบันอาจใช้หมายถึงประพฤติตนออกนอกกรอบของญาติพี่น้องหรือสังคมที่ตนอยู่ เช่น ครอบครัวเขาเป็นหมอทุกคน แต่เขาแหกคอกไป
     

    วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • คลาดเคลื่อน-คลาดแคล้ว

    คำว่า คลาด มีความหมายว่า ผิดจากกำหนดเวลา ผิดจากที่หมายหรือไม่พบ เช่น เขาไปถึงที่นัดหมายช้าไป ๑๕ นาที จึงคลาดกับเพื่อน.  คำว่า เคลื่อน มีความหมายว่า เลื่อนออกจากที่ เช่น ขบวนนักกีฬาของ ๒ สถาบันเคลื่อนไปสนามกีฬาตั้งแต่เช้า.  ส่วนคำว่า แคล้ว มีความหมายว่า รอดไป พ้นไป มักใช้ในความปฏิเสธ เช่น เขาส่งรายงานช้า คงไม่แคล้วถูกหักคะแนน.

    เมื่อนำคำว่า คลาด มาใช้คู่กับ เคลื่อน เป็น คลาดเคลื่อน หรือ เคลื่อนคลาด จะมีความหมายว่า ผิดจากความจริง ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น เราอาจได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน จึงทำให้สรุปผลรายงานไม่ถูกต้อง

    เมื่อนำคำว่า คลาด มาใช้คู่กับ แคล้ว เป็น คลาดแคล้ว หรือ แคล้วคลาด จะมีความหมายว่า รอดไป พ้นไป มักใช้ในความหมายว่า พ้นจากอันตรายหรือพ้นจากสิ่งไม่ดี เช่น ญาติผู้ใหญ่มักจะอวยพรให้ลูกหลานคลาดแคล้วจากอันตรายทั้งปวง
     

    วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • หลุดลุ่ย

    หลุดลุ่ย หมายความว่า คลายตัวหลุดเลื่อนไปจากสภาพเดิม เช่น เขาถูกครูดุเพราะเล่นปล้ำกับเพื่อนจนเสื้อแสงหลุดลุ่ย ไม่เรียบร้อย. ใช้ขยายคำว่า แพ้ เป็น แพ้หลุดลุ่ย หมายความว่า แพ้มาก เช่น ฝ่ายเขาเก่งกว่าเรามาก ทั้งยังเตรียมตัวมาดี เราจึงแพ้เขาหลุดลุ่ย

    คำว่า หลุด หมายความว่า แยกจากสิ่งที่ติดอยู่ เช่น เขาเซไปปะทะผนัง หนังสือที่ถืออยู่หลุดจากมือ. เขายอมจำนนเพราะหลักฐานมัดแน่นดิ้นไม่หลุด.  ส่วนคำว่า ลุ่ย หมายความว่า เลื่อนออก, คลายออก เช่น ชายเสื้อลุ่ยออกมานอกกางเกง. คำนี้มีใช้มานานแล้ว เช่นมหาชาติคำหลวง ซึ่งเป็นวรรณคดีสมัยอยุธยา ในกัณฑ์กุมาร มีร่ายว่า "อันว่าเชือกเขาไส้แขงขด มือราชาเอารสท้งงสองอ่อน เชือกน้นนก็ดาลหย่อนหลุ้ยจากมือลม่อมแล" (อันว่าเชือกเขาไส้แข็งขด มือราชาเอารสทั้งสองอ่อน เชือกนั้นก็ดาลหย่อนลุ่ยจากมือละม่อมแล) คำว่า หลุ้ย ในมหาชาติคำหลวง  

    วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • เปรียบต่าง

    เปรียบต่าง เป็นคำกิริยาที่แปลให้ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า contrast (คอน-ทรัสต์)  คำว่า เปรียบต่าง ใช้ในการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นจุดหรือประเด็นที่ต่างกัน เช่น เสียงสระในภาษาไทยมีเสียงสระสั้นกับสระยาวซึ่งปรากฏในคำที่นำมาเปรียบต่างกันได้ อย่างคำว่า วัน กับ วาน       จิบ กับ จีบ  เอ็น กับ เอน      ปลุก กับ ปลูก แต่สระบางคู่ที่ไม่มีคู่เปรียบต่าง เช่น สระ เอาะ กับ สระ ออ บางคำใช้สระสั้น เช่น น่อง ป่อง ป้อง บางคำเป็นสระยาว เช่น นอง ปอง จอง แต่ไม่มีคู่เปรียบต่างสระสั้นยาวที่ใช้พยัญชนะสระวรรณยุกต์เหมือนกันเลย (คือ ไม่มี น่อง ป่อง ที่ออกเสียงยาว ไม่มี น็อง ป็อง จ็อง ที่ออกเสียงสั้น)
     

    วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • เปรียบเทียบ

    เปรียบเทียบ เป็นคำกริยาที่เป็นคำซ้อน ประกอบด้วยคำว่า เปรียบ กับคำว่า เทียบ  คำนี้แปลตรงกับภาษาอังกฤษว่า compare (คอม-แพร์).  คำว่า เปรียบเทียบ มีความหมายว่า นำสิ่งหนึ่งมาเทียบกับอีกสิ่งหนึ่งเพื่อให้เห็นว่าเหมือนกันหรือไม่เหมือนกัน เท่ากันหรือไม่เท่ากัน ต่างกันหรือไม่ต่างกัน มักใช้กับสิ่งที่เป็นชนิดเดียวกัน เพื่อพิจารณาลักษณะให้ละเอียดลึกลงไป เช่น ถ้าเปรียบเทียบพนักงาน ๒ คนนี้แล้วเห็นว่าพนักงานหญิงตั้งใจทำงานมากกว่า

    ในทางกฎหมาย ตำรวจใช้คำว่า เปรียบเทียบ เปรียบความผิดของผู้ทำผิดกฎหมายกับโทษที่กำหนดไว้เป็นค่าปรับ เช่นใช้ว่า เจ้าพนักงานพิจารณาความผิดแล้วเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา ๔๐๐ บาท เนื่องจากจอดรถในที่ห้ามจอด
     

    วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • เปรียบ

    เปรียบ เป็นคำกริยา หมายความว่า นำสิ่งหนึ่งมาเทียบกับอีกสิ่งหนึ่งเพื่อให้เห็นว่าเหมือนกันหรือไม่เหมือนกัน เท่ากันหรือไม่เท่ากัน ต่างกันหรือไม่ต่างกัน เป็นต้น เช่น กรรมการเปรียบมวยคู่นี้แล้วเห็นว่าฝ่ายผู้ท้าชิงน่าจะสามารถโค่นแชมป์ได้.  

    คำกริยา เปรียบ ใช้กับคำนามได้มากมายทั้งที่เป็นสิ่งของ คน สัตว์ รวมทั้งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งต่าง ๆ นั้นด้วย เช่น เปรียบคนที่มีความมานะพยายามมากว่าราวกับพระมหาชนก. เปรียบฝนที่ตกหนักมากว่าเหมือนกับฟ้ารั่ว
     

    วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

  • เปรียบเปรย

    เปรียบเปรย เป็นคำกริยา หมายความว่า พูดว่ากระทบกระเทียบ เป็นการใช้คำดีเปรียบกับสิ่งที่ไม่ดี เช่น เมื่อจะว่าคนที่เกียจคร้านจะใช้คำว่า หล่อนช่างเป็นคนขยันเหลือเกินนะ.   สายจนตะวันโด่งแล้วยังนอนอยู่ได้. เมื่อจะว่าคนที่ไม่รู้จักประหยัดไม่เจียมตนว่าจน ก็จะเปรียบเปรยว่า ช่างมีเงินทองมากเสียจริงนะจ๊ะ ของแพงขนาดนี้ยังซื้อมาใช้ได้ ของบ้านเราที่สวย ๆ ราคาถูก ๆ มีถมไปก็ไม่ใช้.

    กิริยาว่าหรือตำหนิด้วยการนำคำที่ดีมาเปรียบสิ่งที่ไม่ดี ดังตัวอย่างที่ยกมานี้ เรียกว่า เปรียบเปรย
     

    วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554